Thai RDI คืออะไร? มีวิธีการดูอย่างไรบ้าง

Thai RDI คืออะไร? มีวิธีการดูอย่างไรบ้าง

Table of Contents

Thai RDI คืออะไร? มีวิธีการดูอย่างไรบ้าง

ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวัน (Dietary Reference Intakes (DRIs) ซึ่งจัดทำโดยกองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดปริมาณสารอาหารและแนวทางการบริโภคของคนไทย โดยอ้างอิงข้อมูลจากต่างประเทศ และประยุกต์ให้เข้ากับคนไทย โดยค่า DRIs นั้นเป็นปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน ที่ใช้กำหนดแผนและอาหารสำหรับคนปกติ ที่มีสุขภาพดีเพื่อป้องกันโรคและหลีกเลี่ยงการได้รับสารอาหารมากเกินไป เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ Thai RDI ไว้ในบทความนี้แล้ว !!!

Thai RDI คืออะไร?

Thai RDI คืออะไร?

Thai Recommended Daily Intakes หรือ Thai RDI คือ ปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน สำหรับคนไทย อายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข จัดทำขึ้นเพื่อใช้คำนวณและแสดงในฉลากโภชนาการของอาหาร อาหารเสริม และยา โดยกำหนดให้ค่าความต้องการพลังงานวันละ 2,000 กิโลแคลอรี ซึ่งเป็นระดับที่คนไทย (ผู้ใหญ่) ส่วนใหญ่ที่มีสภาวะทางสุขภาพปกติต้องการ เป็นฐานหรือเป็นตัวเลขกลางในการคำนวณ เพื่อวัตถุประสงค์ในการแสดงฉลากโภชนาการเท่านั้น ทั้งนี้ความต้องการพลังงานที่แท้จริงต่อวันของแต่ละบุคคลอาจน้อยกว่าหรือมากกว่า 2,000 กิโลแคลอรีได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ เพศ และความแตกต่างของระดับการใช้พลังงานทางกายภาพ (physical activity level) ของแต่ละบุคคล

ปริมาณสารอาหารที่ Thai RDI แนะนำให้บริโภคต่อวัน

ลำดับที่ 

(No.)

สารอาหาร 

(Nutrient)

ปริมาณที่แนะนำต่อวัน 

(Thai RDI)

หน่วย 

(Unit)

1

ไขมันทั้งหมด (Total Fat)

65*

กรัม (g)

2

ไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat)

20*

กรัม (g)

3

โคเลสเตอรอ (Cholesterol)

300

มิลลิกรัม (mg)

4

โปรตีน (Protein)

50*

กรัม (g)

5

คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด

 (Total Carbohydrate)

300*

กรัม (g)

6

ใยอาหาร (Dietary Fiber)

25

กรัม (g)

7

วิตามินเอ (Vitamin A)

800

ไมโครกรัม อาร์ อี 

(µg RE)

8

วิตามินบี 1 (Thiamin)

1.5

มิลลิกรัม (mg)

9

วิตามินบี 2 (Riboflavin)

1.7

มิลลิกรัม (mg)

10

ไนอะซิน (Niacin) B1

20

มิลลิกรัม เอ็น อี 

(mg NE)

11

วิตามินบี 6 (Vitamin B6)

2

มิลลิกรัม (mg)

12

โฟเลต (Folate)

200

ไมโครกรัม (µg)

13

ไบโอติน (Biotin)

150

ไมโครกรัม (µg)

14

กรดแพนโทธินิค (Pantothenic Acid)

6

มิลลิกรัม (mg)

15

วิตามินบี 12 (Vitamin B12)

2

ไมโครกรัม (µg)

16

วิตามินซี (Vitamin C)

60

มิลลิกรัม (mg)

17

วิตามินดี (Vitamin D)

5

ไมโครกรัม (µg)

18

วิตามินอี (Vitamin E)

10

มิลลิกรัม แอลฟา-ที อี

(mg-TE)

19

วิตามินเค (Vitamin K)

80

ไมโครกรัม (µg)

20

แคลเซียม (Calcium)

800

มิลลิกรัม (mg)

21

ฟอสฟอรัส (Phosphorus)

800

มิลลิกรัม (mg)

22

เหล็ก (Iron)

15

มิลลิกรัม (mg)

23

ไอโอดีน (Iodine)

150

ไมโครกรัม (µg)

24

แมกนีเซียม (Magnesium)

350

มิลลิกรัม (mg)

25

สังกะสี (Zinc)

15

มิลลิกรัม (mg)

26

ทองแดง (Copper)

2

มิลลิกรัม (mg)

27

โพแทสเซียม (Potassium)

3,500

มิลลิกรัม (mg)

28

โซเดียม (Sodium)

2,000

มิลลิกรัม (mg)

29

แมงกานีส (Manganese)

3.5

มิลลิกรัม (mg)

30

ซีลีเนียม (Selenium)

70

ไมโครกรัม (µg)

31

ฟลูออไรด์ (Fluoride)

2

มิลลิกรัม (mg)

32

โมลิบดินัม (Molybdenum)

160

ไมโครกรัม (µg)

33

โครเมียม (Chromium)

130

ไมโครกรัม (µg)

34

คลอไรด์ (Chloride)

3400

มิลลิกรัม (mg)

*** ปริมาณของไขมันทั้งหมด ไขมันอิ่มตัว โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต ที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน คิดจากการเปรียบเทียบพลังงานที่ควรได้จากสารอาหารดังกล่าวเป็นร้อยละ 30, 10, 10 และ 60 ตามลำดับของพลังงานทั้งหมด

หมายเหตุ

  1. สำหรับน้ำตาลไม่ควรบริโภคเกินร้อยละ 10 ของพลังงานทั้งหมดที่ได้รับต่อวัน
  2. คำอธิบายหน่วยของวิตามินเอ ไนอะซิน วิตามินอี และวิตามินดี

อ้างอิง : https://www.thaidietetics.org/wp-content/uploads/2020/04/dri2563.pdf 

วิธีคำนวณปริมาณสารอาหาร (Thai RDI) ที่ร่างกายต้องการต่อวัน

ตามข้อแนะนำของ Thai Recommended Daily Intakes (Thai RDI) ปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคในฉลากโภชนาการ จะสามารถคำนวณหาปริมาณคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ที่ควรบริโภคในแต่ละวันได้ ดังนี้

สารอาหาร

สัดส่วนพลังงาน (%)

แคลอรี/กรัม

 

แคลอรีที่ควรได้/วัน

ปริมาณที่ควรบริโภค (กรัม/วัน)

คาร์โบไฮเดรต

60

4

(60/100) x2,000

1,200

1,200/4 = 300

โปรตีน

10

4

(10/100) x 2,000

200

200/4 = 50

ไขมัน*

30

9

(30/100) x 2,000

600

600/9 = 66.66

*** พลังงานจากกรดไขมันชนิดอิ่มตัว (saturated fatty acid) ร้อยละ 10 จากทั้งหมด 2,000 แคลอรี

คิดเป็น (10/100) x 2,000 = 200 แคลอรี ซึ่งจะต้องได้จากกรดไขมันชนิดอิ่มตัว 200/9 = ประมาณ 20 กรัม

วิธีดูปริมาณ Thai RDI ก่อนเลือกซื้ออาหารและอาหารเสริม

เราสามารถดูปริมาณ Thai RDI ได้จากฉลากข้อมูลโภชนาการของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ตามตัวอย่างนี้

ส่วนที่ 1 : 

  1. ดูปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภค เพื่อดูว่าในแต่ละครั้งควรรับประทานเท่าไร และถ้าหากรับประทานมากเป็น 2 เท่าของปริมาณที่แสดง จะได้รับพลังงานและสารอาหารต่าง ๆ เป็นสองเท่าเช่นกัน
  2. ดูที่จำนวนหน่วยบริโภคต่อซอง/กล่อง เพื่อดูว่าควรแบ่งรับประทานกี่ครั้ง

ส่วนที่ 2 : 

  1. ช่วงที่ 1 แสดงพลังงานทั้งหมดที่ได้รับต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
  2. ช่วงที่ 2 และ ช่วงที่ 3 แสดงปริมาณสารอาหาร เช่น ไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน แร่ธาตุ ที่มีในหนึ่งหน่วยบริโภค และเมื่อคิดเทียบกับปริมาณที่ควรได้รับในแต่ละวันแล้ว คิดเป็นร้อยละเท่าไหร่ หรือก็คือปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน สำหรับคนไทย

ส่วนที่ 3 : แสดงสารอาหารสำคัญที่ควรได้รับต่อวัน สำหรับผู้ที่ต้องการพลังงานวันละ 2,000 กิโลแคลอรี โดยจะแสดงเหมือนกันทุกผลิตภัณฑ์ 

สรุป 

อย่างไรก็ตามค่า Thai RDI ซึ่งเป็นค่ากลางสำหรับคนไทยทั่วไปนั้น สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาสูตรอาหาร ใช้เป็นเกณฑ์สำหรับการกำหนดนโยบายทางโภชนาการกว้าง ๆ สำหรับบุคคลทั่วไป เช่น การเติมสารอาหาร หรือการประยุกต์ใช้อื่น ๆ ได้ตามความเหมาะสมโดยต้องคำนึงด้วยว่าข้อกำหนดนี้ ใช้สำหรับผู้ที่มีสุขภาพปกติ (healthy) มิใช่ผู้ป่วย เด็กทารก หญิงมีครรภ์ หรือกลุ่มอื่น ๆ ซึ่งมีความต้องการทางโภชนาการต่างไปจากกลุ่มบุคคลปกติ นอกจากนั้นการได้รับสารอาหารต่าง ๆ ตามที่กำหนดนี้ควรได้รับจากการบริโภคอาหารหลัก 5 หมู่เป็นสำคัญ เนื่องจากยังมีสารอาหารอื่น ๆ อีกมากในอาหารหลักของเราที่ยังไม่ได้รับการแยกออก และเป็นที่รู้จักเป็นตัวเดี่ยว ๆ แต่ก็มีความสำคัญและจำเป็นต่อระบบการทำงานตามปกติของร่างกายนั่นเอง

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตอาหารเสริมโดยอ้างอิง Thai RDI ทางเรา SSP Biotech ในเครือ Seven Stars Pharmaceutical มีความยินดีที่จะให้คำปรึกษาและคำแนะนำเกี่ยวกับวัตถุดิบและขั้นตอนการผลิตในทุกๆขั้นตอนของการจัดทำผลิตภัณฑ์อาหารเสริม

ผมร่วงเกิดจากอะไร มาดู 7 วิธีลดอาการผมร่วงอย่างเห็นได้ชัด

ผมร่วงเกิดจากอะไร มาดู 7 วิธีลดอาการผมร่วงอย่างเห็นได้ชัด

ผมร่วง ผมบาง อาจสร้างความกังวลใจให้กับหลายๆคนไม่ว่าจะเป็นคุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิง ผมร่วงเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ แต่การลดผมร่วงก็สามารถทำได้ง่ายๆไม่ซับซ้อน

Read More »